ไขปัญหา ปลาคาร์พตายโดยไม่ทราบสาเหตุ ความลับที่ผู้เลี้ยงปลาเข้าใจผิดกว่า 20 ปี

ผมเลี้ยงปลาคาร์พมา 20 กว่าปีเชื่อว่า ปลาคาร์พที่มีอาการโผขึ้นมาฮุบอากาศ แล้วดำลงไปปล่อยฟอง
อากาศจำนวนมากๆ นั้นเป็นโรคถุงลม ทำให้ปลาลอยตัวอยู่ในน้ำนานๆไม่ได้ ปลาต้องนอนก้นบ่อบ่อยๆ
จนเป็นแผลไต้ท้องและตายในที่สุด มีผู้รู้ (ไม่จริง) ได้อธิบายว่าเมื่อปลาเป็นโรคถุงลม การจะลอยตัวอยู่ใน
น้ำได้ต้องอาศัยแรงจากการโบกพัดครีบต่างๆ จนทำให้ปลาเหนื่อยและในที่สุดก็ต้องนอนอยู่กับพื้นบ่อ ซึ่ง
พวกเราบางคนเรียกว่าโรคเรือดำน้ำ เมื่อปลานอนอยู่กับพื้นบ่อยๆ เมือกที่หน้าท้องของปลาสัมผัสกับพื้นบ่อ
มากๆ จะทำให้เมือกที่ส่วนล่างนี้หลุดไป ซึ่งทำให้เชื้อแบคทีเรียเข้าทำลายปลา จนเป็นแผลเรื้องรัง และใน
ที่สุดปลาก็ต้องตายอย่างทรมาน เพราะกว่าปลาจะตายจากโรคนี้ต้องใช่เวลาเป็นปี ผมเองนั้นเมื่อมีคนมา
สอบถามอาการปลาลักษณะอย่างนี้ ผมตอบกลับไปตามความรู้ที่เคยมีคนบอกผมมา (ผมไม่บอกหรอกครับ
ว่าใครบอกผมมาเดาเองแล้วกัน)
เรื่องนี้ผมก็ต้องขอโทษสำหรับบางท่านที่มาถาม และผมตอบไปตามที่เล่ามาเพราะเชื่อเช่นนั้นจริงๆ ผม
อยากขอเตือนผู้ที่เชื่อผมและผู้ที่ได้รับข้อมูลเกี่ยวกับการเลี้ยงปลาคาร์พ ที่ลงกันอยู่ในเว็ปไซต์ต่างๆ ขอให้
พยายาม ค้นคว้าหาข้อเท็จจริงด้วยอย่าด่วนเชื่อทันที เรื่องนี้น่าจะเป็นอุทาหรณ์ได้เป็นอย่างดี ว่าการรับ
ข้อมูลผิดๆ จากผู้ที่ไม่รู้จริงมีมากเหลือเกินในวงการเลี้ยงปลาคาร์พ
ผมเริ่มสงสัยปลาที่เป็นโรคนี้เมื่อไม่นานนี้เอง เมื่อปลาของผมมีอาการโผขึ้นมาแล้วดำน้ำลงไปพ่นฟอง
อากาศ ผมสังเกตว่าปลาเพิ่งเริ่มเป็นโรคถุงลมอักเสบอย่างที่เขาบอกเล่ากันมา ผมจึงเริ่มฉีดยาปฏิชีวนะ
ให้ปลาทุกวันจนครบ 5 เข็ม โดยทดลองกับปลาประมาณ 10 ตัวปลากฎว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น ปลายังมีอาการ
เหมือนเดิมและเหมือนกับว่ามีอาการเพิ่มขึ้นด้วย ผมเริ่มไม่เชื่อว่าปลาเป็นโรคถุงลมอักเสบ และได้สังเกต
เห็นว่าหลังจากการใช้ฟอร์มาลีนในบางครั้งปลาจะลดอาการโผขึ้นมาและปล่อยฟองอากาศ
เมื่อไม่นานมานี้ผมได้มีโอกาสพูดคุยกับท่าน ดร.สมเกียรติ์ กาญจนาคาร นักวิชาการหัวหน้า
กลุ่มงานวิจัยการควบคุมและตรวจสอบโรคสัตว์น้ำจืด สถาบันวิจัยสุขภาพสัตว์น้ำจืด ผมได้
เล่าเรื่องปลาโผขึ้นมาแล้วดำลงไปปล่อยฟองอากาศ ท่านบอกผมทันทีว่าปลาโดนปลิงใสเกาะที่เหงือก
ผมตาสว่างขึ้นมาทันที พวกคนในวงการเลี้ยงปลาคาร์พ โดนข้อมูลไม่จริงหลอกอยู่เป็นเวลานาน
แสนนาน มีปลาเสียหายไปกับโรคนี้มากมาย สมัยก่อนเมื่อปลานอนกับพื้นบ่อบ่อยๆ พอท้องเป็น
แผลเราก็มักจะเอาปลาพวกนี้ไปทิ้งในบ่อดินให้อยู่กับธรรมชาติและส่วนใหญ่ก็คงตายหมดผมเริ่ม
เอาข้อมูลนี้ไปคุยกับพรรคพวกในวงการปลาคาร์พหลายรายด้วยกันเพื่อให้แน่ใจเพื่อนที่เลี้ยงปลา
คาร์พ ท่านหนึ่งจึงได้นำปลาขนาด 80 CM . ซึ่งมีอาการโผขึ้นมาเหนือน้ำและดำลงไปปล่อยฟอง
อากาศไปที่โรงพยาบาลสัตว์น้ำแห่งหนึ่งทำการเอ็กซเรย์ พบว่าถุงลมมีสภาพปกติยังใช้งานได้ดี
สัตว์แพทย์ที่โรงพยาบาลแห่งนั้นจึงทำการขูดเหงือกปลาไปวิเคราะห์ต่อก็พบปลิงใสเป็นจำนวนมาก
ฉะนั้นจึงได้ข้อสรุปว่าปลาที่โผขึ้นมาเหนือน้ำและดำลงไปปล่อยฟองอากาศนั้นไม่ได้เป็นโรคถุงลม
อักเสบแต่ประการใด |
|
ที่ผมกล่าวมาข้างต้นโรคที่พวกเราคนเลี้ยงปลาคาร์พเจอ คือ โรคดำน้ำนั้น เป็นเรื่องที่พวกเราไม่รู้กัน
มาก่อนว่านั่นคือ อาการที่ปลาโดนปลิงใสรบกวนแต่ที่เราพบว่าเป็นปลิงใส ได้แก่ปลาขนาดเล็ก (Tosai)
มีอาการหลังลีบ อ่อนแอและตายในที่สุดอย่างรวดเร็ว ในปีแรกที่ผมเปิดฟาร์ม ปลาที่นำเข้ามาเป็นปลา
ขนาดเล็กทั้งหมด เมื่อปลาเข้ามาได้ประมาณ 1 เดือน ปลาก็เริ่มตายโดยไม่ทราบสาเหตุวันละ 10 30
ตัว ผมส่งปลาไปตรวจที่สถาบันเกี่ยวกับสัตว์น้ำในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทางมหาวิทยาลัยฯแจ้งว่า
ปลาเป็นปลิงใสพอผมรู้ว่าเป็นปลิงใสผมก็ใช้ฟอร์มาลีน 38 % ใส่ขนาดปริมาณ 20 ซี.ซี. ต่อน้ำ 1 ตัน 2
ครั้งติดต่อกัน 2 สัปดาห์ อาการโรคก็หายไป
|
พวกเราหลายคนคงเคยพบว่าปลาที่มีสีดำเช่น โชว่า , ชิโร่ ฮิอึจือริ หรื ฮายิโร๊ะ เป็นต้น มีอาการสีดำหาย
ไปหรือเจือจางลงไปกลายเป็นสีเทาเรื่องนี้ผมเคยใช้ฟอร์มาลีนขนาด 40 % โดยมีอัตรการใช้ 20 ซี.ซี.
ต่อน้ำ 1 ตัน ก็ปรากฏว่าสีดำของปลาดังกล่าวได้คืนกลับมาดังเดิมแสดงว่าปลิงใสได้ดูดน้ำเลี้ยงจากปลาทำ
ให้ปลาอ่อนแอไม่สมบรูณ์และขาดสารอาหารบางอย่างจึงทำให้สีดำของปลาซึ่งเป็นสีที่ปลาสร้างขึ้นเองโดย
ธรรมชาติเจือจางลงไป
|
|
|
จากการที่ผมได้สอบถามท่าน ดร.สมเกียรติ์ กาญจนาคาร ท่านได้บอกว่าเคยทดลองใช้ฟอร์มาลีน
ขนาด 34.5 38.0 % อัตราการใช้ 45 ซี.ซี. ต่อน้ำ 1 ตัน กำจัดปลิงใสของปลาคาร์พขนาดเล็กภาย
หลังนำปลามาตรวจยังคงพบว่าปลิงใสยังคงมีชีวิตอยู่ประมาณ 5 % และ ดร.สมเกียรติ์ ได้แนะนำ
ผมว่าที่ท่านทดลองยาที่ใช้กำจัดปลิงใสที่ดี ท่านแนะนำให้ใช้ยาดิพเทอร์เร็ก อัตราใช้เท่าที่เคย
ทดลองคือ 0.5-1.8 กรัมต่อน้ำ 1 ตัน และท่านเคยทดลอง 10 กรัมต่อน้ำ 1 ตัน แต่ท่านไม่แนะนำ
ให้ใช้ขนาด 10 กรัม |
|
ฟาร์มแฟนซีฟิชเซนเตอร์ได้ทดลองใช้ยาดิพเทอร์เร็กซ์ขนาด 1.8 กรัมต่อน้ำ 1 ตัน สัปดาห์ละ
ครั้งเป็นเวลา 2 สัปดาห์ติดต่อกัน ปรากฏว่าหลังจากใช้ยาแล้วปลาจะมีอาการตื่นกลัวบ้างเล็ก
น้อย หลังจากให้ยาดิพเทอร์เร็กซ์ไปแล้วประมาณ 3 สัปดาห์มีปลาที่มีอาการเป็นโรคเหงือกอยู่
3 ตัว จากปลาทั้งหมดประมาณ 700 ตัว เข้าใจว่าเมื่อปลาโดนปลิงใสเกาะจะทำเหงือกปลาเป็น
แผล เมื่อปลิงใสตายไปเชื้อแบคทีเรียอาจทำให้เกิดโรคเหงือกได้ ตอนหลังผมได้ให้ด่างทับทิม
ไป หลังจากใช้ยาฆ่าปลิงใส |
|
ข้อดีหลังจากฟาร์มฯ ได้ใสยาฆ่าปลิงใสคือ ปลาจะสดชื่นมาก กินอาหารเก่งอย่างเห็นได้ชัด อาการ
ฮุบอากาศหายไปสีดำของปลาโชว่าหลายตัวเพิ่มขึ้นอย่างผิดสังเกต และจากการที่ได้พูดคุยกับ ดร.สมเกียรติ์ กาญจนาคาร ท่านได้แนะนำการที่จะกำจักปลิงใสให้หมดไปน่าจะเป็นเรื่องที่ทำได้
ลำบาก เราคงทำได้เพียงควบคุมมิให้ปริมาณปลิงใสมิให้มีมากจนเกินไปโดยทำการใส่ยาดิพเทอร์-
เร็กซ์และฟอร์มาลีนสลับกันไปเดือนละครั้ง ฟาร์มแฟนซีฟิชใช้ฟอร์มาลีน 34.5 % - 38.0 % ( ของ
องค์การเภสัชกรรม) อัตรา 40 ซี.ซี. ต่อน้ำ 1 ตัน ใส่ลงไปในบ่อปลาคาร์พสลับกับการใช้ยาดิพเทอร์-
เร็กซ์ สังเกตดูอาการโรคปลิงใสน่าจะทุเลาเบาบางลงแต่อย่างไรโรคปลิงใสเราก็ต้องดูแลควบคุม
โดยใส่ยาดิพเทอร์เร็กซ์และฟอร์มาลีนสลับกันไปเดือนละครั้งก็น่าจะเป็นการดีครับ ข้อสำคัญการ
ใช้ยาดิพเทอร์เร็กซ์ ต้องงดอาหารก่อนให้ยา 1 วัน และหลังให้ยาอีก 1 วันรวม 3 วันนะครับปลา
จึงจะปลอดภัยจากการใช้ยา |
|
|
|
By
Dr.Koi
|