| |
ระบบกรองของบ่อปลาคาร์พ
ในปัจจุบันระบบกรองบ่อปลาคาร์พนิยมการสร้างบ่อกรองเป็น 2 ระบบ พร้อมกัน คือ ใช้ระบบจุลชีว
(Bio Filter) และระบบทางกลโดย ทำให้น้ำในบ่อกรองหมุนเพื่อทำให้สารที่หนักกว่าน้ำจมลงก้นบ่อกรอง
หรือที่เรียกกันว่า VORTEX นั่นแหละครับ ผมได้ออกแบบบ่อปลาคาร์พเพื่อให้ท่านพิจารณานำไปสร้าง
ตามแบบที่แสดงไว้นี้
ความหมายตัวเลข |
|
| 1. |
ท่อสะดือบ่อ |
| 2,3,4,5 |
ท่อน้ำทิ้งจากบ่อกรอง |
| 6,7,8,9 |
บ่อกรอง |
| 10. |
สะดือบ่อ |
| 11. |
ท่อน้ำล้น |
| 12. |
ท่อน้ำล้นทิ้งออกนอกระบบ |
| 13.,14,15 |
บ่อเก็บน้ำทิ้งสำหรับนำน้ำไปใช้ |
| 16. |
ปั๊มน้ำสำหรับนำน้ำไปใช้รดน้ำต้นไม |
| 17. |
ท่อนำน้ำจากบ่อกรองช่องที่ 1 |
| 18. |
ท่อนำน้ำจากบ่อกรองช่องที่ 2 |
| 19. |
ท่อนำน้ำจากบ่อกรองช่องที่ 3 |
| 20. |
ปั๊มน้ำสูบเข้าบ่อปลา |
| 21,22 |
ท่อนำน้ำระหว่างถัง |
| 23. |
ก๊อกสำหรับเติมน้ำประปา |
| 24,25,26,27,28 |
สารกรอง |
|
บ่อกรอง เป็นระบบทรงกลมทั้งหมด แต่ละบ่อกรองมีความจุน้ำเท่ากับ 10 เปอร์เซ็นต์ของบ่อเลี้ยง ไม่ควรทำให้บ่อกรองแต่ละช่องความจุของน้ำของน้ำเล็กกว่า 10 เปอร์เซ็นต์ของบ่อเลี้ยง เพราะจะทำให้น้ำ
ผ่านสารกรองเร็วเกินไป จุลินทรีย์จะทำงานไม่ทัน ทำให้การกำจัดของเสียไม่ได้ผลเท่าที่ควร ก้นบ่อกรอง
ควรทำเป็นรูปกรวย เพื่อให้ขี้ปลาตกตะกอนและมีท่อนำขี้ปลาไปพักบ่อเก็บน้ำทิ้งหมายเลข 13,14,15
สำหรับบ่อเก็บน้ำทิ้ง ถ้าท่านไม่ได้นำน้ำไปผ่านที่รดน้ำแบบสปริงเกอร์ ท่านอาจจะทำบ่อเก็บน้ำทิ้งเพียง
บ่อเดียวก็ได้ ขนาดบ่อเก็บน้ำทิ้งท่านจะสร้างขนาดใดก็ได้ขึ้นอยู่กับปริมาณ การใช้น้ำ สำหรับรดน้ำต้นไม้
ของท่าน ท่อน้ำทิ้งหมายเลข 2,3,4 และ 5 ท่านควรใส่ข้องอ หงายขึ้นเมื่อปลายท่อมาโผล่ในบ่อเก็บน้ำทิ้งไป
ใช้รดน้ำต้นไม้, ล้างรถ, ล้างถนน ฯลฯ ท่านก็เปิดก๊อกหมายเลข 24 เพื่อเติมน้ำใหม่ลงไป ท่านก็จะได้
ประโยชน์ 2 ทาง คือ ปลาคาร์พของท่านจะได้น้ำใหม่ และต้นไม้ของท่านก็จะได้ปุ๋ยจากบ่อปลา เพื่อป้องกัน
การสูบน้ำไปรดน้ำต้นไม้จนหมดบ่อ (กันลืม) ท่านควบคุมระดับน้ำจากระดับของท่อหมายเลข 21,22 หรือ
อาจจะควบคุมที่ระดับท่อดูดของเครื่องสูบน้ำก็ได้
แบบบ่อที่แสดงเป็นบ่อขนาดความจุ 30 ตัน ท่อสะดือหมายเลข 1 บ่อควรใช้ท่อไม่เล็กกว่า 5 นิ้ว
ท่อรับน้ำจากช่องกรองแต่ละช่อง 17,18,19 ไม่ควรเล็กกว่า 6 นิ้ว ท่อน้ำทิ้งจากบ่อกรองหมายเลข 2,3,4,5
ควรใช้ท่อไม่เล็กกว่า 3 นิ้ว ท่อน้ำล้น หมายเลข 11 ไม่เล็กกว่า 2 นิ้ว ท่อน้ำล้นทิ้ง หมายเลข 12 ไม่เล็กกว่า
2 นิ้ว สะดือบ่อ ในบ่อเลี้ยงจะต้องให้ข้องอคว่ำลง เพื่อทำให้น้ำผิวพื้นของบ่อปลาไหลลงสู่ระบบกรองได้ดี
ท่อสะดือบ่อหมายเลข 1 และท่อรับน้ำระหว่างถังกรอง ควรติดตั้งให้ใกล้กับผนังบ่อกรองและระดับ
ความลึกของท่อควรอยู่ระดับ 2 ใน 3 ของความลึกของระดับน้ำ และใส่ข้องอ 90 ํ เพื่อให้น้ำหมุน
ขนาดของปั้มน้ำที่ใช้สูบกลับเข้าบ่อปลา จะต้องสามารถสูบน้ำได้ 8-12 รอบต่อวัน เช่น บ่อเลี้ยง
ขนาด 30 ตัน ความจุของบ่อกรอง 12 ตัน รวม 42 ตัน ขนาดของปั้มน้ำที่เหมาะสม คือ ปั้มน้ำที่สูบน้ำได้
วันละ 420 ตันหรือปั้มน้ำขนาดนาทีละ 290 ลิตร
ถังน้ำพลาสติกสำหรับใส่ปั้มหมายเลข 23 ควรตั้งอยู่ตรงกลางส่วนค่อนข้างด้านบนของบ่อกรอง
เพื่อทำให้การไหลผ่านสารกรองของน้ำเป็นไปอย่างทั่วถึง
สารกรอง คืออะไรก็ได้ที่จุลินทรีย์เกาะอาศัยได้ดี มีรูพรุน หรือผิวพื้นที่จุลินทรีย์เกาะอาศัยได้
มากที่สุดสารกรองที่แนะนำให้ใช้ได้แก่
| - ฟิลเตอร์เมส |
| - แหอวนเก่า, ไบโอบอล |
| - เปลือกหอยนางรม |
ควรใส่สารกรองให้มีส่วนผสม 2 ชนิดคือสารกรองประเภทพลาสติก เช่น ฟิลเตอร์เมส, แหอวน
เก่า หรือไบโอบอล และสารกรองประเภทที่มีส่วนประกอบเป็นแคลเซียม เช่น เปลือกหอยนางรม อย่างละ
50 % เพื่อเป็นการรักษาความเป็นกรด ด่าง (Ph) ของน้ำให้มีค่าเปลี่ยนแปลงน้อยที่สุด
(ดูภาพแบบระบบกรองบ่อปลาคาร์พ)
บทความนี้อัพเดทข้อมูล 19 กุมภาพันธ์ 2550
หน้าหลัก
ความเป็นมาของ Fancy Fish Center ผลิตภัณฑ์ของเรา
|
|