:: แฟนซีฟิชเซ็นเตอร์ :: :: เกี่ยวกับฟาร์มของเรา :: :: ผลิตภัณฑ์ที่ขอบอกต่อ :: :: ติดต่อกับเรา ::
 
   Fancy Fish Center :

   ศูนย์รวมปลาแฟนซีคาร์พ ผู้นำเข้าปลาแฟนซีคาร์พที่เลือกสรร
   แล้วเฉพาะปลาสายพันธุ์ดีจากฟาร์มชั้นนำในประเทศญี่ปุ่น
   จำหน่ายอาหาร ยารักษาโรคปลา เปลือกหอยนางรม สำหรับ
   บ่อกรองและ เครื่องให้ออกซิเจนอัตโนมัติ ฯลฯ
 เคลื่อนย้ายปลาได้ . . . ปลอดการกักกันจากกรมประมง
 
 

เคล็ดลับเพาะปลาคาร์พไทยให้ใหญ่เหมือนปลาคาร์พญี่ปุ่น ง่ายนิดเดียว !

        การเพาะเลี้ยงปลาคาร์พในบ้านเราในปัจจุบันส่วนใหญ่จะเป็นการเพาะโดยเน้นปริมาณเพื่อส่งออก ไปยังประเทศในแถบยุโรปและอเมริกา จุดประสงค์หลักๆที่ลูกค้าในแถบนั้นสั่งปลาจาก ประเทศไทยไป ก็เพื่อเอาไปปล่อยในสระน้ำตามสวนสาธารณะคราวละมากๆเพื่อล่อให้นกเข้ามากินปลา
สร้างธรรมชาติที่สวยงามในสวนสาธารณะ พอถึงฤดูหนาวเมื่อน้ำเป็นน้ำแข็งปลาเหล่านี้ก็จะตายลง เมื่อฤดูหนาวผ่านพ้นไปก็สั่งซื้อไปปล่อยใหม่คราวละมากๆ แล้วก็ตายอีก เป็นวัฏจักรวนเวียนอยู่เช่นนี้



 



           การเพาะเลี้ยงแบบเน้นเอาปริมาณเข้าว่า ทำให้นักเพาะพันธุ์ปลาคาร์พไทยยังคงยึดติดกับวิธีการ เพาะเลี้ยงแบบเก่าๆละเลยที่จะพัฒนาในด้าน รูปร่าง และคุณภาพ เพื่อให้ได้ปลาที่เหมาะกับการนำไปเลี้ยง ในระยะยาว นั่นหมายถึงโอกาสที่จะได้ปลาที่ เจริญเติบโตเป็นปลาใหญ่ที่สวยงามในอนาคตยังเป็นเรื่องที่ ยากลำบากอยู่ คุณภาพของปลาไทยถ้าเป็น ปลาเล็กขนาดไม่เกิน 20 ซม.เรื่องของลวดลายและคุณภาพสีนั้น ผมเชื่อว่าไม่ได้ต่างจากปลาญี่ปุ่นเลย บางตัวแทบจะแยกไม่ออกเสียด้วยซ้ำว่าเป็นปลาไทยหรือปลาญี่ปุ่น แต่สิ่งหนึ่งที่ปลาไทยยังเทียบกับ ปลาญี่ปุ่นไม่ได้คือ เรื่องของขนาดหรือศักยภาพที่จะเจริญเติบโตเป็นปลา ขนาดใหญ่ในอนาคต ปลาที่เพาะในประเทศไทยส่วนใหญ่จะเจริญเติบโตได้แค่ 30-40 ซม.เป็นอย่างมาก อาจจะมีบางตัวที่ทะลุขึ้นไปถึง 60 ซม. ยิ่งถ้าเป็นปลาตัวเมียก็ยิ่งยาก เพราะปลาตัวเมียเมื่อถึงวัยเจริญพันธุ์ หรือมีไข่ การพัฒนาด้านโครงสร้างในด้านยาวจะหยุดทันที แต่จะมาขยายในด้านกว้างแทน เพราะฉะนั้น จะสังเกตเห็นว่าปลาไทยส่วนใหญ่โดยเฉพาะปลาตัวเมียรูปร่างจะป้อมสั้นและท้องป่อง



          การเพาะเลี้ยงปลาคาร์พในบ้านเราซึ่งเป็นประเทศเขตร้อน อุณภูมิน้ำสูงกว่า 20 จะทำให้ไข่ของปลา ฟักเป็นตัวเร็ว ใช้เวลาเพียงแค่ 1-2 วัน ไข่ก็ฟักเป็นตัวแล้ว ในขณะที่การเพาะพันธุ์ในญี่ปุ่นซึ่งอากาศเย็น กว่าบ้านเรา กว่าไข่ปลาจะฟักเป็นตัวจะใช้เวลาถึง 4-5 วัน ถ้าเปรียบกับคนปลาคาร์พไทยเราก็เหมือนกับ เด็กที่คลอดก่อนกำหนดนั่นเอง แน่นอนว่าเด็กที่คลอดก่อนกำหนดรูปร่างก็จะเล็กกว่าเด็กที่คลอด ตามระยะเวลาปกติ ปลาคาร์พก็เช่นกัน การที่ไข่ฟักตัวเร็วจะทำให้ระยะเวลาการพัฒนาโครงสร้างสั้นลง ทำให้จำนวนข้อของกระดูกสันหลังลดลง



             นอกจากนี้อุณหภูมิน้ำที่สูงจะทำให้ปลาเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์เร็ว ที่ญี่ปุ่นอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำ ปลาเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ช้า บางทีอายุ 5 ปีแล้ว ยังไม่พร้อมที่จะผสมพันธุ์ก็มี เพราะฉะนั้นปลาจึงมีเวลาใน การพัฒนาโครงสร้างในด้านยาวอย่างเต็มที่ ในตำราของญี่ปุ่นระบุเอาไว้ว่าปลาที่เหมาะที่จะนำมาใช้เป็น พ่อแม่พันธุ์มากที่สุดคือปลาอายุ 5-7 ปี ในขณะที่ปลาที่เลี้ยงในบ้านเราเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์เร็ว บางทีอายุได้ 1-2 ปีก็มีไข่พร้อมที่จะผสมพันธุ์แล้ว ฉะนั้นการพัฒนาด้านโครงสร้างจึงหยุดชะงักก่อนกำหนด เปรียบได้ กับคนเราที่เข้าสู่วัยเจริญพันธุ์เร็วเกินไป เมื่อมีรอบเดือนเมื่อไร การเจริญเติบโตก็จะหยุดชะงักทันทีหรือ อาจจะโตได้อีกเล็กน้อย ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมส่วนหนึ่งด้วย ฉะนั้นผมจึงขอสรุปว่า การนำปลาคาร์พซึ่งเป็นปลาในเขตหนาวมาเพาะในเขตร้อนอย่างบ้านเราที่อุณหภูมิของน้ำสูง จะทำให้ ไข่ฟักเป็นตัวเร็ว จำนวนข้อกระดูกสันหลังลดลง และยังทำให้ปลาเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์เร็ว ส่งผลให้การ พัฒนาด้านโครงสร้างหยุดชะงัก ไม่สามารถเลี้ยงจนเจริญเติบโตเป็นปลาใหญ่ที่ดีได้


        อย่างที่ผมกล่าวไว้ข้างต้นว่า ปลาที่เพาะเลี้ยงในบ้านเรานั้นเจริญพันธุ์เร็ว นักเพาะพันธุ์บางคนที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์หรือใจเร็วด่วนได้ อาจจะนำพ่อแม่พันธุ์ที่อายุน้อยเกินไปมาเพาะ ซึ่งตรงนี้จะทำให้ได้ลูกปลาที่คุณภาพสีมีโอกาสเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ไม่ดีสูง โดยเฉพาะสีแดง การ เปลี่ยนแปลงที่ว่านี้ก็คือ สีหลุด สีเพิ่ม สีเดิน จากปลา 3 ตอน , 4 ตอน สีอาจจะเดินเข้าหาจนติดกันเป็นแผ่น กลายเป็นปลาตอนเดียวไปเลยก็มี ผมจึงอยากให้นักเพาะพันธุ์ชาวไทยให้ความสำคัญตรงจุดนี้ด้วย
ผมเคยได้รับคำแนะนำจากนักเพาะปลาชาวญี่ปุ่นเมื่อหลายปีมาแล้วว่า สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับการเพาะ ปลาคาร์พก็คือ อุณหภูมิของน้ำที่ใช้ฟักไข่ปลาจะต้องมีอุณหภูมิ 20 เพราะไข่ปลาที่อยู่ในน้ำอุณหภูมิ 20 จะทำให้การฟักเป็นตัวของลูกปลาสมบูรณ์ที่สุด ผมเคยนำข้อมูลเรื่องอุณหภูมิของน้ำในการฟักไข่ปลาคาร์พ ไปคุยกับ ศ.ดร.อุทัยรัตน์ ณ นคร ปัจจุบัน อ.อุทัยรัตน์ท่านสอนหนังสืออยู่ที่คณะประมง มหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์ ท่านได้บอกกับผมว่า “เป็นข้อมูลที่ถูกต้อง เพราะการนำปลาเขตหนาวมาเพาะในเขตร้อน จะทำให้ได้ปลาที่เจริญพันธุ์เร็วกว่าปกติ และจำนวนข้อกระดูกสันหลังของปลาจะลดลง” การทำให้น้ำสำหรับ ฟักไข่ปลาคาร์พมีอุณหภูมิ 20 นั้นไม่ใช่เรื่องยาก และค่าใช้จ่ายก็ไม่แพงอะไร เมื่อปลาฟักเป็นตัวแล้วเราก็ สามารถเลี้ยงปลาเหล่านั้นในอุณหภูมิปกติได้


             สุดท้ายผมมีสิ่งหนึ่งที่อยากฝากไว้กับนักเพาะพันธุ์ปลาคาร์พชาวไทยก็คือ อยากให้ทุกคนเก็บปลาที่เพาะได้บางส่วนเอาไว้ทดลองเลี้ยงดูว่าผลที่ออกมาเป็นอย่างไร สีหลุดเมื่อไร มีสี เดินเพิ่มไหม อัตราการเจริญเติบโตเป็นอย่างไร โครงสร้างเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างไร และจดบันทึกเอาไว้ ว่าเกิดจากพ่อแม่คู่ใด ไม่ใช่สุ่มเพาะโดยการใช้ตัวผู้ 3 ตัว / ตัวเมีย 1 ตัว ตัวผู้ 2 ตัว /ตัวเมีย 1 ตัว หรือ ปล่อยปลาลงไปคราวละมากๆ โดยที่ไม่มีการจดบันทึกอะไรเลย เพราะปลาพ่อแม่พันธุ์แต่ละคู่จะให้ลูกปลา ที่สวยงามและเจริญเติบโตได้ดี ต้องเป็นคู่ที่เหมาะสมกันเท่านั้น ฉะนั้นการจับคู่พ่อแม่พันธุ์ที่เหมาะสม จึงเป็นเรื่องที่จำเป็น การเพาะปลาคาร์พของฟาร์มในประเทศญี่ปุ่น ส่วนใหญ่เจ้าของจะมีประวัติว่า ปลาตัวนี้เกิดจากพ่อแม่พันธุ์ตัวใด นอกจากนี้ผมอยากให้นักเพาะพันธุ์ศึกษาเรื่องของการผสมเทียม ซึ่งตรงนี้กรมประมงควรจะเข้ามาให้ความรู้ในรื่องขั้นตอนการเพาะพันธุ์ ทั้งในเรื่องการเตรียม ความพร้อม พ่อแม่พันธุ์ การรีดไข่และน้ำเชื้อโดยที่ปลาปลอดภัยที่สุด การนำไข่ไปดูแล และการพักฟื้นพ่อแม่พันธุ์ เพราะพ่อแม่พันธุ์ปลาคาร์พมีราคาแพงมาก

บทความนี้อัพเดทข้อมูล 26 กรกฎาคม 2551
หน้าหลัก
ความเป็นมาของ Fancy Fish Center
ผลิตภัณฑ์ของเรา

 

FANCY FISH CENTER


 
   
   

  แฟนซีฟิชเซ็นเตอร์ . . .
  ได้เปิดเว็บไซด์เพื่อบริการคนที่รัก
  ปลาแฟนซีคาร์พ  ได้เข้ามาหาปลา
  แฟนซีคาร์พที่เราได้เลือกสรรแล้ว
  เฉพาะปลาสายพันธุ์ดี   จากฟาร์ม
  ชั้นนำในประเทศญี่ปุ่น


 
แฟนซี ฟิช เซ็นเตอร์ (Fancy Fish Center)
1867/8 ถนนรามคำแหง ซอย.13 แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กทม. 10240
โทรศัพท์ 0-2319-1094-6  โทรสาร 0-2319-1097
E-mail address : fancyfishcenterthai@fancyfishcenterthai.com
Copy Right © 2006 Design & Construction all rigths reserved. Developed & Designed by [AquaDesign]