|
 |
Fancy Fish Center :
ศูนย์รวมปลาแฟนซีคาร์พ ผู้นำเข้าปลาแฟนซีคาร์พที่เลือกสรร
แล้วเฉพาะปลาสายพันธุ์ดีจากฟาร์มชั้นนำในประเทศญี่ปุ่น
จำหน่ายอาหาร ยารักษาโรคปลา เปลือกหอยนางรม สำหรับ
บ่อกรองและ เครื่องให้ออกซิเจนอัตโนมัติ ฯลฯ |
 |
|
 |
 |
เคลื่อนย้ายปลาได้ . . . ปลอดการกักกันจากกรมประมง |
| |
| |
|
|
| |
Fancy Fish Center กับเรื่องราวของ KHV
กับการดูแลรักษา |
|
| |
|
|
| |
|
|
| |
การดูแลรักษาปลายุค KHV ( เลอะเทอะ )

ในระยะนี้ข่าวลือเรื่องโรค KHV ( หวัดปลา) ก็ยังมีอยู่
นะครับ ปลาป่วยตายก็เหมาว่าเป็นโรค KHV ทั้งๆที่
โรคนี้มันไม่เคยสามารถระบาดชนิดร้ายแรงจนทำให้
ปลาป่วยตายกันมากๆเลย ทั้งฟาร์มนำเข้าและฟาร์ม
ส่งออกที่ผ่านการตรวจโรค KHV ด้วยระบบ Nested
PCR ของกรมประมงยังมีปัญหาอยู่ เช่น ตรวจครั้งที่ 1
พบว่ามีเชื้อ KHV แต่พอตรวจซ้ำไปอีกก็ไม่เจอเชื้อ
KHV แล้ว เป็นเช่นนี้หลายฟาร์มจนผมอยากคิดว่า
โรค KHV ไม่น่าจะระบาดหรือทำความเสียหายขั้น
ร้ายแรงให้กับปลาในประเทศไทยได้อย่างที่วิตกกัน
ความจริงการนำปลาใหม่ใส่ลงในบ่อเพียง 1 ตัว แล้วทำให้ปลาตายยกบ่อมันเป็นเหตุการณ์ที่เกิดมาไม่ต่ำ
กว่า 20-30 ปี หรือการประกวดปลาพอประกวดเสร็จก็ได้แต่ถ้วยรางวัลเก็บไว้เพราะปลาที่ได้แชมป์เปี้ยน
ติดเชื้อตายไปแล้ว ซึ่งในสมัยก่อนการประกวดปลาแล้วปลาต้องตายเป็นเรื่องปกติ ทำให้คนรักปลาบางคน
ก็เริ่มเบื่อหน่ายเพราะเสียดายปลา ที่ผมเล่ามาผมอยากให้ท่านนักเลี้ยงปลาทั้งหลายอย่าตกใจมากนักกับ
โรค KHV เพราะปลาของท่านอาจจะไม่ได้เป็นโรค KHV จริง บางท่านพอมีปลาตายก็สรุปเลยว่าเป็นโรค
KHV ทั้งๆที่ไม่ได้นำปลาไปตรวจหาเชื้อเลย ขนาดฟาร์มนำเข้าและฟาร์มส่งออกส่งปลาไปตรวจก็ยังไม่
แน่นอนเลยครับ
บางครั้งเมื่อนำปลาใหม่เข้าบ่อ ปลาของท่านอาจจะแสดงอาการติดเชื้อมีอาการซึม ตัวแดง หางแดง
ครีบแดง ปลายครีบปลายหางมีสีขาวขุ่นๆ แสดงว่าปลาในบ่อของท่านติดเชื้อแบคทีเรียธรรมดาครับ เป็น
เชื้ออะไรก็ต้องไปเข้าห้องแล็ปพิสูจน์กัน ส่วนปลาที่ลงมาใหม่อาจจะไม่แสดงอาการเลย เรื่องนี้เป็นเพราะ
ว่าปลามาใหม่มีเชื้อแบคทีเรียตัวอื่น ซึ่งปลาในบ่อของท่านขาดความต้านทาน ฉะนั้นจึงเกิดการติดเชื้อขึ้น
มาได้ ถ้าจะเปรียบเทียบกับคน เช่น พวกฝรั่งหรือญี่ปุ่นมาเที่ยวบ้านเราพอดื่มน้ำหรือกินอาหารบางอย่าง
เข้าไปก็ท้องเสียแล้ว แต่คนไทยที่พาฝรั่งหรือญี่ปุ่นไปกินกลับไม่เป็นอะไรเลย ทั้งที่กินอาหารเหมือนกัน
ย่อมได้รับเชื้อแบคทีเรียเหมือนๆกัน แสดงว่าเรามีภูมิต้านทานโรคชนิดนี้อยู่ เชื้อโรคจึงทำอะไรคนไทย
ไม่ได้ สำหรับหน้าฝนท่านต้องระมัดระวังปลาเป็นพิเศษหน่อยครับเพราะปลาจะเครียด เนื่องจากมีการ
เปลี่ยนแปลงอุณหภูมิของน้ำ โดยเฉพาะน้ำฝนความเป็นกรดด่างจะเปลี่ยนไปบ้างซ้ำร้ายบางแห่งยังม
ี กบ, เขียด, คางคก โดดลงไปในบ่อปลาอีกด้วย ถ้ากบ เขียด หรือคางคกนั้นมาจากแหล่งน้ำที่มีหนอนสมอ
,
เห็บ, หมัด ฯลฯ ปลาก็อาจติดพยาธิเหล่านี้ได้ ถ้าท่านสังเกตให้ดีตอนกลางคืนกบ, เขียด, คางคก เมื่อได้ยิน
เสียงน้ำในบ่อปลา สัตว์ต่างๆเหล่านี้ก็จะมาตามเสียงน้ำ นี่แหละครับปัญหาสำหรับบ่อปลาของท่านเพราะ
จะมีแขกที่ไม่ได้รับเชิญมาเยี่ยมเยือน
ผมอยากจะพูดถึงสาเหตุสำคัญที่ทำให้ปลาจะแสดงอาการเจ็บป่วยบ่อยหรือบ่อปลาที่เลี้ยงปลาแล้วไม่เจริญ
เติบโตเท่าที่ควรคือ ปัญหาเรื่อง น้ำ ครับ ผมจะไม่พูดถึงปัญหาของน้ำชนิดอื่นๆ เพราะผมถือว่านักเลี้ยง
ปลาทั้งหลายก็เลี้ยงปลาด้วยน้ำประปาอยู่แล้วจะมีค่า pH (ความเป็นกรดด่าง) ต่างกันอยู่เพียงเล็กน้อย
ปัญหาของน้ำในบ่อปลาคาร์พคือปริมาณของแอมโมเนีย ยูเรียหรือสารอินทรีย์ต่างๆ ที่ปลาขับถ่ายออกมา
สารต่างๆเหล่านี้จะกลายเป็นไนไตรท์ซึ่งเป็นสารพิษสำหรับปลาคาร์พของท่านอีกตัวหนึ่ง นอกเหนือจาก
แอมโมเนียซึ่งเป็นพิษต่อปลาอยู่แล้ว
ทั้งแอมโมเนียและไนไตรท์จะทำให้ปลาเครียด ภูมิต้านทานโรคต่ำ กินอาหารน้อยลง หรือเบื่ออาหาร จาก
สาเหตุเบื้องต้นจะทำให้ปลาโตช้าและเจ็บป่วยตายได้ง่าย ฉะนั้นการเลี้ยงปลาคาร์พจะประสบความสำเร็จ
จะต้องแก้ปัญหาระบบกรองให้ได้ โดยลดปริมาณแอมโมเนียให้ต่ำมากๆหรือไม่ให้มีเลย จุลินทรีย์ที่เกาะ
อาศัยอยู่ในสารกรองจะเปลี่ยนแอมโมเนียและไนไตรท์ให้กลายเป็นไนเตรทในที่สุด ซึ่งจะไม่เป็นพิษ
กับปลาแต่ประการใดและไนเตรทก็จะถูกกำจัดหรือใช้ไปโดยตะไคร่น้ำรอบบ่อหรือพื้นบ่อและปลาก็จะกิน
ตะไคร่น้ำต่อไปอีก
ความจริงของธรรมชาติได้มีขบวนการขจัดสารแอมโมเนียซึ่งเป็นพิษกับปลาหรือสิ่งที่มีชีวิตอื่นๆ ใน
น้ำอยู่แล้ว เมื่อน้ำมีแอมโมเนียและมีแสงแดด ธรรมชาติหรืออาจจะเรียกว่า พระเจ้าผู้สร้างโลกก็ได้ส่ง
สาหร่ายเซลส์เดียวให้มาใช้แอมโมเนียเป็นอาหาร แต่ข้อเสียของสาหร่ายเซลเดียวก็คือ จะทำให้น้ำเขียว
มองไม่เห็นตัวปลา บางท่านรู้เท่าไม่ถึงการณ์ก็ลงทุนหาเรื่องไปซื้อ UV มาขจัดสาหร่ายเซลส์เดียว น้ำก็จะ
ใสมองเห็นตัวปลาชัดเจน แต่สิ่งที่เพิ่มขึ้นคือปริมาณแอมโมเนียในบ่อปลาของท่านก็จะเพิ่มขึ้นผลสุดท้าย
ผลร้ายก็ตกอยู่กับปลาของท่านและตัวท่านในที่สุด เพราะปลาจะโทรมเจ็บป่วยและตายง่าย
การที่ปลาจะมีอาการเจ็บป่วยปลามักจะส่งสัญญาณให้เจ้าของปลารู้ ผมอยากจะให้ผู้เลี้ยงปลาคอยสังเกต
อาการปลาเมื่อปลาแสดงอาการผิดปรกติ เช่น เมื่อปลาแสดงอาการคันตัว ด้วยการกระโดดขึ้นมาเหนือ
ผิวน้ำหรือปลาสไลด์กับตระแกรงสะดือบ่อ ปลารวมกลุ่มนอนที่พื้นบ่อซึ่งมักจะมีปัญหามาจากหนอนสมอ
หรือการที่ปลาแยกตัวจากกลุ่ม ถ้าปลาแสดงอาการคันตัวซึ่งอาจจะมีปัญหามาจากปาราสิตต่าง ๆ เช่น
หนอนสมอ, เห็บ, หมัด ปลิงใสเป็นต้น ถ้าเราปล่อยทิ้งไว้ปลาอาจสไลด์กับพื้นจนเมือกที่ตัวหลุดเชื้อโรค
ก็อาจจะเข้าสู่ตัวปลาจากจุดนี้ก็ได้
ฉะนั้นการที่ปลาแสดงอาการคันตัวเราก็ควรที่จะเตรียมการป้องกันไม่ให้ปลาเจ็บป่วยด้วยการใส่ยา
รักษาอาการคันให้เป็นปกติก็จะเป็นเรื่องที่ดีที่สุด ที่นี้เราจะใส่ยาอะไรเป็นเรื่องที่ปวดหัวพอสมควร
เพราะเราไม่มีเครื่องมือ เช่น กล้องจุลทรรศ์ ตรวจว่าปลาติดเชื้ออะไรหรือมีปาราสิตอะไรรบกวน
นอกเราเห็นตัวหนอนสมอเกาะที่ตัวปลาถ้าเป็นเช่นนี้เราก็จะสามารถตัดสินใจได้ว่าเราต้องใส่ยา
ดีมีลีนเป็นต้น ปกติเมื่อปลาแสดงความผิดปกติถ้าเราไม่สามารถวิเคราะห์ได้ว่าปลามีอาการคันตัว
เพราะอะไร เราอาจจะต้องใช้วิธีการใส่ยาทีล่ะชนิดลงไปเป็นขั้นตอนทุกครั้ง ถ้าใส่ยาครั้งที่ 1 ปลา
หายคันแล้วก็หยุดไม่ต้องใส่ยาตัวอื่นต่อ ฟาร์มแฟนซีฟิชเซนเตอร์ มีวิธีการรักษาปลาเมื่อปลามี
อาการคันเราใช้ยาเป็นขั้นตอนดังนี้
:: แฟนซีฟิชเซ็นเตอร์ มีวิธีการรักษาปลาเมื่อปลามีอาการคันเราใช้ยาเป็นขั้นตอนดังนี้ ::
|
|
1. ถ้าปลามีอาการคันแต่มองไม่เห็นปาราสิตหรือปลามีอาการสันหลังลีบหรือสีดำของปลา เช่น โชว่า
กลายเป็นสีเทาเราสันนิฐานว่าน่าจะมีปลิงใสรบกวนใช้ฟอร์มาลิน( ขององค์การเภสัชกรรม )
อัตราการใช้ 30 ซีซีต่อน้ำ 1 ตันผสมน้ำเทให้ทั่วรอบบ่อ |
|
2. ในกรณีที่ใช้ฟอร์มาลินปลายังแสดงอาการคันอยู่แสดงว่าอาจจะเป็นหนอนสมอหรือหมัดปลา,
เห็บปลา เราควรจะใช้ ยาดิมีลีน (ฟาร์มปลาทั่วไปมีขาย) ซึ่งเป็นยาฆ่าแมลงมีผลเสียกับปลาพอ
สมควรแต่เราก็ป้องกันได้คือ การงดให้อาหารก่อนใส่ยา 1 วันและหลังจากใส่ยาอีก 1 วัน โดยมี
อัตราการใช้ 1 กรัมต่อน้ำ 1 ตัน |
|
3. เมื่อปลาแสดงอาการติดเชื้อพวกแบคทีเรีย เริ่มต้นปลาจะแสดงอาการคัน ต่อมาปลายหาง
ปลายครีบข้างตัวจะมีสีขาวขุ่นเราจะต้องรีบใส่ยาฆ่าเชื้อทันที ยาฆ่าเชื้อที่ผมอยากจะแนะนำให้ใช้
คือด่างทับทิมธรรมดานี่แหละครับ ปลอดภัยทั้งคนและปลาและราคาถูก ฟาร์มในญี่ปุ่นก็ใช้กันเป็น
ส่วนใหญ่โดยใช้ในอัตราส่วน 2 กรัม ต่อน้ำ 1 ตัน แต่ท่านต้องระวังนะครับ ด่างทับทิมนั้นจะดึงเอา
ออกซิเจนที่ละลายอยู่ในน้ำในบ่อปลาของท่านมาทำปฏิกิริยากับตัวเองเกิดเป็นสารฆ่าเชื้อแบคทีเรีย
อันจะเป็นผลทำให้ปลาในบ่อของท่านขาดออกซิเจน และอาจทำให้ปลาตายได้ วิธีการใส่ด่างทับทิม
ควรทำดังนี้ เราต้องหยุดระบบก็ต้องไม่ให้น้ำในบ่อเลี้ยงเข้าระบบกรอง โดยการย้ายปั้มน้ำในระบบ
กรองมาพ่นหมุนเวียนอยู่ในบ่อเลี้ยงเพื่อเพิ่มออกซิเจนในบ่อเลี้ยง การที่เราหยุดไม่ให้น้ำที่มี
ด่างทับทิมเข้าไปในบ่อกรอง เพราะจะเป็นการป้องกันไม่ให้ด่างทับทิมเข้าไปฆ่าแบคทีเรีย (ชนิดดี
ไม่ใช่เชื้อโรค) ในระบบกรอง ด่างทับทิมเมื่อใส่ลงไปในน้ำประมาณ 3-4 ชั่วโมงก็จะหมดฤทธิ์ ท่าน
สามารถเดินระบบกรองได้ตามปกติ
** ข้อควรระวังควรมีเครื่องให้ออกซิเจนเพิ่มในบ่อปลาขณะให้ด่างทับทิมจะเป็นเรื่องดีที่สุด ** |
|
|
การใช้ด่างทับทิมเป็นเรื่องที่ปลอดภัยยกเว้นเรื่องการขาด
ออกซิเจนของปลาเท่านั้น เมื่อท่านนำปลาใหม่เข้ามาในบ่อ
ของท่านท่านควรจะใช้ด่างทับทิมแช่ปลาใหม่เพื่อฆ่าเชื้อ
เสียก่อนจะเป็นวิธีป้องกันปลาในบ่อได้ดีที่สุด ท่านอาจจะ
ใช้อ่างหรือถังแช่ปลาที่นำเข้ามาใหม่ โดยใช้เวลา 2-3 ชั่วโมงก็เพียงพอที่จะฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่ติดมากับปลาใหม่
เป็นการป้องกันการติดเชื้อที่ดีอีกวิธีหนึ่ง ท่านคงเคยได้ยิน
ปลาใหม่หนึ่งตัว ฆ่าปลาเก่าเกือบทั้งบ่อ ฉะนั้นแช่ปลาใหม่
ด้วยด่างทับทิมก่อนนะครับปลาเก่าจะปลอดภัยด้วย ผมขอ
แถมสูตรการคำนวณปริมาตรน้ำสำหรับท่านที่ไม่รู้วิธีการ
คำนวณดังนี้
| การคำนวณปริมาตรน้ำบ่อทรงสี่เหลี่ยม
ปริมาตรน้ำ = กว้าง x ยาว x ลึก |
By
Dr.Koi
|
|
|
|
|
แฟนซีฟิชเซ็นเตอร์ . . .
ได้เปิดเว็บไซด์เพื่อบริการคนที่รัก
ปลาแฟนซีคาร์พ ได้เข้ามาหาปลา
แฟนซีคาร์พที่เราได้เลือกสรรแล้ว
เฉพาะปลาสายพันธุ์ดี จากฟาร์ม
ชั้นนำในประเทศญี่ปุ่น
ผู้เยี่ยมชมทุกท่านนั้นสามารถ
เข้าดูข้อมูลปลาแฟนซีคาร์พคุณภาพ
ที่เราขอแนะนำได้ที่ Koi For Sale
อัพเดทใหม่ ทุกเดือน
อัพเดท! มีปลารุ่นใหม่เข้ามา
แล้ว ต้อนรับปี 2007 . . . พิเศษ ลูก
ปลา BIG TOSAI จากฟาร์ม Nogami
พิเศษสุด ๆ ลูกปลา TOSAI ของ
TORAZO ซึ่งยังไม่เคยยอมขายให้
ใครในเมืองไทยมาก่อนเลย |
|